ไตของผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคไตเสื่อมเรื้อรังหรือไตวายเรื้อรัง จะไม่สามารถทำหน้าที่กำจัดของเสีย รวมถึงไม่สามารถกำจัดน้ำส่วนเกินที่คั่งอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยได้ ทำให้ผู้ป่วยโรคไต เกิดอาการตัวบวมและภาวะไตล้มเหลวได้ ในช่วงแรกโรคไตจะไม่แสดงอาการมากนัก แต่เมื่อแสดงอาการก็เป็นช่วงที่ไตได้รับความเสียหายอย่างหนักไปแล้ว

ซึ่งอาการที่จะพบได้บ่อย ๆ เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นฟองเนื่องจากโปรตีนไข่ขาวที่รั่วออกมาในปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนเนื่องจากไตไม่สามารถดูดน้ำกลับไปเก็บไว้ได้ หน้าบวม เท้าบวม กดบุ๋ม คลำพบก้อนเนื้อบริเวณไต เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลดอย่างผิดปกติ เป็นต้น

เมื่อไตไม่สามารถทำงานอย่างปกติเองได้ตามกลไกของร่างกาย ผู้ป่วยจะต้องเข้าสู่กระบวนการฟอกไต หรือการฟอกเลือดด้วยไตเทียม โดยเครื่องไตเทียมจะทำหน้าที่เสมือนเป็นไตของเราที่จะกรองของเสีย เกลือ และน้ำส่วนเกินออกจากเลือด แล้วนำเลือดดีกลับเข้าสู่ร่างกายต่อไป ช่วยบรรเทาอาการป่วยที่เกิดจากไตเสื่อมเรื้อรังและยังเป็นการช่วยยืดอายุขัยของผู้ป่วยอีกด้วย

วิธีการฟอกไต ล้างไต

วิธีการล้างไตหรือฟอกไตในปัจจุบัน มีวิธีการหลัก ๆ อยู่ 2 ประเภท คือ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis) และการฟอกไตทางช่องท้อง (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis: CAPD)

  1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือการฟอกเลือดทางเส้นเลือด เป็นการนำเอาเลือดออกมาจากร่างกาย เพื่อทำการกรองและกำจัดของเสียในเลือดออกไป ก่อนจะฟอกไตทางเส้นเลือดได้แพทย์จะต้องทำการผ่าตัดเพื่อทำเส้นเลือดสำหรับนำเลือดออกจากร่างกาย และการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมนี้จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงทำให้ต้องออกไปโรงพยาบาลหรือคลิกตามวันที่มีนัดหมายฟอกไต ข้อดีของการฟอกไตผ่านทางเส้นเลือด คือ ผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การอาบน้ำ หรือว่ายน้ำ ได้ตามปกติ โอกาสเสี่ยงติดเชื้อต่ำเพราะอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ และยังเป็นทางที่ปลอดภัยกว่าสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ

  1. การฟอกไตทางช่องท้อง (CAPD)

การฟอกไตทางช่องท้อง เป็นการฟอกเลือดโดยที่ยังไม่ต้องนำเลือดออกมาจากร่างกาย ซึ่งก่อนที่จะล้างไตทางหน้าท้องได้ แพทย์จะต้องทำการฝังอุปกรณ์ท่อล้างไว้ในช่องท้องก่อน เป็นวิธีฟอกไตที่ผู้ป่วยสามารถทำด้วยตนเองได้ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน โดยใส่น้ำยาเฉพาะสำหรับการช่วยกรองของเสียในเลือดเข้าไปในท่อล้างหน้าช่องท้อง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้น้ำยาพักอยู่ในช่องท้องและทำการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออก หลังจากนั้นเมื่อครบเวลาผู้ป่วยก็จะปล่อยน้ำยาที่ทำการดูดซึมของเสียและน้ำส่วนเกินออกมาจากท่อช่องท้อง ข้อดีของการฟอกไตทางช่องท้อง คือ ทำได้ทุกวันและมีการขับของเสียออกมา 3-4 ครั้งต่อวัน ดีต่อร่างกายในแง่ที่ได้ขับของเสียที่คั่งค้างออกบ่อย ๆ แต่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากกว่าหากผู้ป่วยไม่ทำการดูแลขั้นตอนการล้างให้ดี จึงเหมาะกับผู้ป่วยบางประเภทเท่านั้น ได้แก่ ผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันจากโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคไตวายที่มีโรคหัวใจรุนแรง ผู้ป่วยที่ไม่สามารถจัดการให้มีหลอดเลือดเทียมสำหรับการฟอกเลือดได้ ผู้ป่วยเอชไอวีที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันและเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีการเผาผลาญอาหารและพลังงานสูง (Hypercatabolic State) ระดับอ่อนถึงปานกลาง และผู้ป่วยเด็ก

รับดูแลผู้ป่วยฟอกไต

การที่ไตเสื่อมเรื้อรังทำให้ไม่สามารถกำจัดของเสียได้อย่างถูกต้อง เป็นเรื่องที่อันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยโรคไตจึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ ญาติหรือผู้ดูแลต้องมีเวลาสำหรับการพาผู้ป่วยไปฟอกไตตามที่หมอนัด หรือหากเป็นการล้างไตทางหน้าท้อง ก็ต้องมีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการล้างไตทางหน้าท้องที่บ้านอย่างถูกต้อง ที่อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่งโฮม เราเข้าใจดีว่าการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ความเอาใจใส่มากขนาดไหน และในบางครั้ง ลูกหลาน ญาติ ผู้ดูแลผู้ป่วย ต่างก็มีภาระหน้าที่การงานที่ต้องทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ไว้ไว้ใจได้ในพระราม 2 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่งโฮม พร้อมเป็นทางเลือกนั้นให้กับคุณ

ทำไมต้องใช้บริการดูแลผู้ป่วยฟอกไตจากอายุวัฒน์

อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่ง โฮม รับดูแลผู้ป่วยฟอกไตอย่างใกล้ชิด เรามีแพทย์ พยาบาล และทีมสหวิชาชีพที่เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุคอยดูแลตลอดการเข้าพักกับเรา พร้อมบริการพาไปฟอกไตที่โรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ตามนัด ให้ผู้ดูแลหรือญาติ ๆ ไม่ต้องกังวลกับการดูแลผู้ป่วยเองและทำหน้าที่การงานได้อย่างหมดห่วง ทีมของเราพร้อมดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีสมุดบันทึกรายงานการดูแลผู้สูงอายุและดูแลผู้ป่วย รวมทั้งใบสรุปอาการเมื่อผู้สูงอายุไปพบแพทย์ ทั้งยังใส่ใจดูแลเรื่องอาหารการกินของผู้ป่วย โดยการวางแผนเมนูอาหาร จัดอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยแต่ละคนตามโภชนาการ นอกจากนี้สถานที่พักของเรายังถูกออกแบบมาเพื่อรับรองผู้ป่วยและผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ในแง่ของความสะดวกสบายและความปลอดภัย และที่สำคัญไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะหากผู้ป่วยมีสิทธิข้าราชการ สิทธิบัตรทอง 30 บาท ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 40000 บาทเท่านั้น

โปรโมชั่น / สวัสดิการ