บ้านพักและสถานที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่งโฮม

ใครคือผู้ป่วยระยะสุดท้าย

  1. ผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่ลุกลามและ ไม่สามารถรักษาได้เช่นโรคมะเร็งภาวะสมองเสื่อมโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอสหรือโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม
  2. ผู้ที่มีอาการป่วยที่ ทรุดลงเรื่อย ๆ และมีอาการแทรกซ้อน อื่น ๆ ที่ปรากฏร่วมด้วยโดยแพทย์คาดว่าผู้ป่วยอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี
  3. ผู้ที่มีอาการป่วยที่เสี่ยงต่อ การเสียชีวิตอย่างกะทันจากอาการที่กำเริบไปสู่ภาวะ วิกฤต
  4. ผู้ที่เผชิญภาวะอาการป่วยที่เป็น อันตรายต่อชีวิตอย่างเฉียบพลันจากสถานการณ์ร้ายแรงเช่นเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตันหรือประสบอุบัติเหตุรุนแรง

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การดูแลแบบประคับประคอง คือ การมุ่งเน้นการบรรเทาความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ปัองกันภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เน้นสภาพจิตใจ สังคม อารมณ์ และจิตวิญญาณของผู้ป่วยและญาติ การดูแลแบบประคับประคองสามารถกระทำได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกระยะ บทบาทที่สำคัญจะอยู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตผู้ป่วย ผู้ป่วยและครอบครัวควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกับทีมแพทย์เพื่อวางเป้าหมายการรักษาไปในทิศทางเดียวกัน

ความต้องการครั้งสุดท้าย (The living will) ควรมีการพูดคุยกันในครอบครัวและเตรียมเอกสารระบุความต้องการของผู้ป่วย ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการด้านการแพทย์ในขณะที่มีสติสัมปัชชัญญะสมบูรณ์ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับตัดสินใจวางแผนการรักษา โดยเฉพาะในช่วงใกล้เสียชีวิต ซึ่งไม่มีความสามารถพอที่จะตัดสินใจเองได้

การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง เป็นการดูแลเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ รวมถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากมะเร็งโดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยหายขาดจากมะเร็ง แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณโดยมุ่งเน้นไปที่ตัวตนของผู้ป่วยและครอบครัวมากกว่าโรค ซึ่งวิธีที่ใช้รักษาเพื่อบรรเทาอาการอาจรวมถึงการบำบัดด้วยรังสี เคมีบำบัด การผ่าตัด หรือการใช้ยา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปี โดยผู้ดูแลควรให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำ

สอบถาม อัตราค่าบริการ, ต้องการคำปรึกษา โทรได้ที่  0994244566

ขั้นตอนและวิธีการในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

1. การดูแลทางด้านร่างกาย

  • ปัญหาความเจ็บปวด

  • การจัดท่าท่างที่เหมาะสมและการพลิกตะแคงตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ

  • การให้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์เจ้าของไข้

2. ปัญหาการหายใจ

  • การใช้เครื่องออกซิเจนเพื่อช่วยหายใจ

  • การดูดเสมหะและการเคาะปอดเพื่อลดของเหลวในปอดแก้ภาวะหายใจติดขัด

3. ปัญหาด้านการทาน

  • ปรับอาหารเพื่อเพิ่มพลังงานและโปรตีนเพื่อส่งเสริมภาวะทุพโภชนาการ

4. การดูแลทางด้านจิตใจ

  • ให้กำลังใจให้ผู้ป่วยผ่านการพูดคุย

  • การทำ living will และ family planning

5. การดูแลทางด้านจิตวิญญาณ

  • การทำบุญใส่บาตรตามประเพณีทางศาสนา

  • การใช้ธรรมะบำบัดเพื่อคิดถึงความหมายของชีวิตและชีวิต หลังความตาย