ทุกครั้งเมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ความน่ากังวลใจของผู้ป่วยไม่ใช่แค่อาการของโรค แต่ยังมีเรื่องของ “เงิน” หรือค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย เพราะสิ่งนี้มีปัจจัยหลายด้านประกอบกันทั้งเรื่องความรุนแรงของโรค และระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง

บางคนพ่อแม่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง พยายามหาวิธีรักษาที่ดีที่สุดเพื่อหวังให้ท่านอาการดีขึ้น นั่นไม่ใช่เรื่องผิดใด ๆ แต่บ่อยครั้งความตั้งใจดังกล่าวอาจไม่ได้มาพร้อมการศึกษาข้อมูลที่มากพอ สุดท้ายการรักษากินเวลานาน หมดเงินกับการรักษาไปเยอะ แต่ก็ต้องยอมแพ้กลายเป็นท่านไม่ดีขึ้นจากเดิมสักเท่าไหร่ หรือหลาย ๆ คนอาจกำลังมีแนวคิดทำนอง “หมดตัวก็ยอม ขอแค่คนที่เรารักหายจากอาการเจ็บป่วย”

ความกตัญญูเป็นสิ่งที่ดีในฐานะลูกหรือใครก็ตามที่จะทำให้กับผู้มีพระคุณ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงคุณจะต้องหมดตัวไปกับค่ารักษา! เคยเห็นตามพาดหัวข่าวกันอยู่บ่อย ๆ มั้ยครับ

– ต้องจำนำจำนองทรัพย์สิน เพื่อใช้รักษาคนในครอบครัว

– เมื่อรักษานานวันเข้า นอกจากตัวผู้ป่วยขาดรายได้ คนดูแลในครอบครัวก็ไม่ต่างกัน เพราะต้องทุ่มเทเวลาอย่างใกล้ชิด จนไม่สามารถรับผิดชอบงานได้เต็มที่

– ผลลัพธ์ต่อมาครอบครัวขาดรายได้ เงินออมหดหาย สุดท้ายเริ่มมีหนี้สิน พอเกิดวงจรนี้ขึ้นการขายหรือจำนำจำนองทรัพย์สินที่ถือครองอยู่จึงเป็นทางเลือกที่คนในครอบครัวผู้ป่วยต้องกัดฟันจำยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อหาเงินรักษา

คนที่กำลังเสียใจตอนนี้อาจไม่ใช่คนในครอบครัวแต่หมายถึงตัวผู้ป่วยเอง เมื่อสภาพจิตใจไม่แข็งแรง โอกาสหายจากโรคก็ยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีก

 

จริง ๆ แล้ววิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นต้องเริ่มจากการเรียนรู้สิทธิต่าง ๆ ที่ตัวผู้ป่วยมีไม่ว่าจะเป็น

– สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ

– สิทธิประกันสังคม

– สิทธิหลักประกันสุขภาพ 30 บาท (บัตรทอง)

 

แต่ก็เข้าใจดีว่าในบางครั้งอาการเจ็บป่วยนั้นรอไม่ได้ คำถามคือจะทำอย่างไร?

แน่นอนว่าวิธีแรกที่ทุกคนคิดได้ทันทีคือการพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย แต่นั่นก็ย่อมแลกมาด้วยราคาที่สูง โดยเฉพาะการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายเเพงกว่าโรงพยาบาลรัฐหลายเท่าตัว แต่ข้อดีของการรักษากับโรงพยาบาลแพง ๆ คือไม่ต้องรอนาน ซึ่งในจุดนี้ผู้ป่วยทุกคนย่อมอยากได้รับบริการและความสะดวกด้วยกันทั้งนั้น

 

แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง? เมื่อเกิดเหตุเจ็บป่วยต้องพักรักษาตัว และเสี่ยงต่อการมีค่าใช้จ่ายสูง

ลองเริ่มต้นจากการปรึกษากับคุณหมอปุณณภพ เอมสิริรัตน์ ผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจทั้งเรื่องของตัวโรค ระยะเวลาในการรักษา ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วย รวมถึงยังสามารถแนะนำการใช้สิทธิสวัสดิการของรัฐและประกันสุขภาพของครอบครัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีสำคัญไม่ทำให้ฐานะทางการเงินของครอบครัวมีปัญหาระยะยาวอีกด้วย

คุณหมอทำด้วยใจ เพื่ออยากเห็นทุกครอบครัวได้ทำหน้าที่ของตนเองเพื่อการดูแลคนที่รักอย่างสุดความสามารถแต่ต้องไม่เดือดร้อนกับการใช้ชีวิตในอนาคต